ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีปัญหาการมองเห็นที่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ชนิดต่างๆไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมด การผ่าตัดใส่วงแหวนเฟอร์ราร่าในผู้ป่วยกลุ่มนี้มีจุดประสงค์เพื่อทำให้กระจกตาแข็งแรงขึ้น การมองเห็นจะชัดเจนขึ้นและมีคุณภาพการมองเห็นที่ดียิ่งขึ้น รวมทั้งการผ่าตัดใส่วงแหวนเฟอร์ราร่ายังใช้ร่วมกับวิธีการรักษาอย่างอื่น อันได้แก่ แว่นตา คอนแทคเลนส์ชนิดต่างๆ การใส่เลนส์เสริมในตา หรือแม้แต่การเปลี่ยนกระจกตา ตามความเหมาะสมกับสภาพตาของผู้ป่วยแต่ละรายได้อีกด้วย โรคต่างๆที่สามารถรักษาได้โดยการใช้วงแหวนเฟอร์ราร่าได้แก่
1. โรคกระจกตาโป่งนูน (Keratoconus)
        เป็นโรคที่ใช้วงแหวนเฟอร์ราร่ารักษามากที่สุด และไม่มีสาเหตุของโรคที่แน่ชัด หากเชื่อว่าสัมพันธ์กับหลายปัจจัย  เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม ภาวะภูมิแพ้ การขยี้ตา ภาวะความผิดปกติของฮอร์โมน หรือสัมพันธ์กับกลุ่มโรคบางชนิด เช่น ดาวน์ซินโดรม( Down’s syndrome) เป็นต้น โรคนี้เป็นความผิดปกติของโครงสร้างความแข็งแรงของกระจกตา ทำให้กระจกตาอ่อนแอลง บางตัวลงและโป่งตัวออกมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ป่วยจะมีอาการตามัวลงจากสายตาสั้นและเอียงมาก ซึ่งค่าสายตาจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การรักษามี 5 วิธี

    1. การใส่แว่นตา สามารถแก้ไขสายตาสั้นและเอียงในผู้ป่วยระยะแรก
    2. การใส่คอนแทคเลนส์ แบบนิ่ม แข็ง และแบบพิเศษ สามารถแก้ไขภาวะสายตาสั้นและเอียงที่มากขึ้น
    3. การใส่วงแหวนในชั้นกระจกตา (Intrastromal Corneal Ring Segment) หรือ วงแหวนเฟอร์ราร่า (Ferrrara Ring) ใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะกระจกตาบางและโป่งนูนมากขึ้นจนไม่สามารถใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์แบบต่างๆได้ การใส่วงแหวนเฟอร์ราร่าจะช่วยปรับความโค้งกระจกตาให้แบนลงและสม่ำเสมอกันมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยสามารถมองเห็นชัดเจนขึ้นด้วยตาเปล่า และสามารถใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์เสริมเพื่อให้มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยชะลอการโป่งนูนของกระจกตาในระยะยาวได้อีกด้วย
    4. การฉายรังสี UVA ใช้รักษาในรายที่มีภาวะการโป่งของกระจกตาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การฉายรังสีจะช่วยลดความโค้งของกระจกตาและทำให้กระจกตาแข็งแรงขึ้น ช่วยชะลอการโป่งนูนของกระจกตาได้
    5. การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา ใช้รักษาในผู้ป่วยที่มีภาวะกระจกตาบางและโป่งนูนมากที่ไม่สามารถรักษาได้โดยวิธีดังกล่าวข้างต้น หรือในรายที่มีแผลเป็นที่กระจกตา

2. โรคกระจกตาย้วย (Pellucid Marginal Degeneration)
    กลุ่มโรคนี้มีลักษณะคล้ายกับโรค Keratoconus ต่างกันที่รูปแบบความโค้งที่ผิดปกติและตำแหน่งการบางตัวของกระจกตา

3. โรคกระจกตาโป่งนูนหลังทำเลสิก (Post-LASIK Ectasia)


4. ผู้ที่มีภาวะสายตาเอียงมาก (High Regular Astigmatism)

5. ผู้ที่มีสายตาเอียงหลังการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา (Post Keratoplasty Astigmatism)